เปิดบ้านต้อนรับ บริษัทประกันเพื่อแสดงความพร้อมในการให้บริการ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุนารี

งาน SUTH Open House For Insurance 2020

เปิดบ้านต้อนรับบริษัทประกันเพื่อแสดงความพร้อมในการให้บริการ

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุนารี

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 09.00 น. โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีได้จัดงาน “SUTH Open House For Insurance 2020” ที่ชั้น 1 บริเวณโถงทางเข้าประตูทางทิศเหนือ อาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ซึ่งเป็นอาคารขนาด 12 ชั้นที่เพิ่งเปิดให้บริการใหม่เมื่อปลายเดือน ธ.ค. 62 ที่ผ่านมา โดยการจัดงานครั้งได้เชิญบริษัทประกัน และตัวแทนประกันกว่า 80 แห่ง เพื่อแสดงความพร้อมในการให้บริการและพร้อมรับฟังเพื่อพัฒนาการให้บริการที่มีคุณแก่ผู้รับบริการผู้ถือสิทธิ์ประกัน ในการที่จะให้ผู้รับบริการในส่วนนี้ได้รับความสะดวก อุ่นใจ และคุ้มค่าจากสิทธิในกรมธรรม์ประกันที่ตนถืออยู่ สำหรับการรักษาเฉพาะทางที่ปัจจุบันโรงพยาบาลมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่จะให้การดูแลผู้ป่วยผู้ถือสิทธิ์ประกันให้ได้รับความอุ่นใจ และคุ้มค่าในสิทธิจากกรรมธ์ พร้อมทั้งมีการจัดนิทรรศการแสดงเทคโนโลยี และเครื่องมือจากบริษัทที่เป็นพันธมิตร ปิดท้ายด้วยการนำแขกผู้ร่วมงานเยี่ยมชมส่วนที่ให้บริการต่างๆ และห้องพักผู้ป่วยพิเศษที่มีการขยายจำนวนการให้บริการเพิ่ม

อาจารย์นายแพทย์ ดร.นิวัฒน์ชัย  นามวิชัยศิริกุล  ผู้อำนวยการ ได้กล่าวต้อนรับ และวัตถุประสงค์ในการจัดงานแก่แขกผู้เกียรติที่มาร่วมงาน กว่า 200 คน จากนั้นได้นำเสนอศักยภาพของโรงพยาบาลในด้านต่างๆ และทิศทางการพัฒนาของโรงพยาบาล เพื่อให้แขกผู้ร่วมงานเห็นถึงการลดข้อจำกัดของบริการแบบโรงพยาบาลรัฐกับผู้รับบริการผู้ถือสิทธิ์ประกัน และบริษัทประกันลง เช่น ห้องพักพิเศษที่เพิ่มจากเดิม 14 ห้อง เป็น 60 ห้อง ในปี 2563, การเพิ่มสาขาที่ห้าง เดอะ มอลล์ และระบบการเคลมค่าใช้จ่ายที่มีความสะดวกแบบโรงพยาบาลเอกชน รวมความพร้อมในการรักษาเฉพาะทางจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ

ด้านคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะในด้านต่างๆ ได้พลัดกันขึ้นเวทีเสวนาและตอบคำถามแก่แขกผู้ร่วมงาน ประกอบด้วย

1.ด้านกระดูก และข้อ (Orthopedic) โดยชูศักยภาพการบริการรักษาในส่วนของ

  • ศัลยกรรมกระดูกสันหลัง
  • โรคกระดูกซึ่งสืบเนื่องมาจากความผิดปกติของการทำงานของเซลล์กระดูกรวมถึงภาวะกระดูกพรุน
  • การรักษาโดยการส่องกล้องและเวชศาสตร์การกีฬา
  • ศัลยกรรมการเปลี่ยนข้อเทียม: สะโพกเทียม ข้อเข่าเทียม
  1. ด้านศัลยกรรม โดยชูศักยภาพการบริการรักษาในส่วนของ
  • ศัลยกรรมผ่าตัดทางกล้องและส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร
  • ศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ
  • ศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้าง
  1. ด้านอายุรกรรมเฉพาะทางระบบประสาทและสมอง โดยชูศักยภาพการบริการรักษาในส่วนของ
  • กลุ่มโรคหลอดเลือดสมอง
  • กลุ่มโรคเส้นประสาทส่วนปลาย
  • กลุ่มโรคสมองเสื่อม
  • กลุ่มโรคปวดศีรษะ
  • กลุ่มโรคลมชัก
  • กลุ่มอาการพาร์คินสันและการเคลื่อนไหวผิดปกติ
  1. ด้านกุมารเวชศาสตร์ โดยชูศักยภาพการบริการรักษาในส่วนของ
  • กุมารแพทย์โภชนาการเด็ก
  • โรคผิวหนังเด็ก
  • ภูมิแพ้เด็ก
  • ประสาทวิทยาเด็ก
  • โรคติดเชื้อเด็ก
  • พัฒนาการเด็ก
  1. ด้านการตรวจสุขภาพ โดยชูการให้บริการตรวจสุขภาพแบบครบวงจร
  • ตรวจสุขภาพประจำปี
  • ตรวจสุขภาพก่อนเข้างาน
  • ตรวจสุขภาพตามความเสี่ยง

ทั้งนี้คณะของโรงพยาบาลได้นำแขกเยี่ยมชมโรงพยาบาลในส่วนที่มีการขยายบริการใหม่ และส่วนที่เกี่ยวการบริษัทประกัน เช่น ห้องพักพิเศษ, อาคารรังสีวินิจฉัย ในช่วงบ่าย เพื่อยืนยันความพร้อมอีกครั้ง

 

 

 

เปิดบุญเทหล่อพระมหาจักรพรรดิ์ ปางไสยาสน์  ใหญ่ที่สุดในโคราช  เนื่องในโอกาสฉลองอายุวัฒนมงคล ครูบาสมไพรวัลย์ ๑๔ ก.พ.๖๓

เปิดบุญเทหล่อพระมหาจักรพรรดิ ปางไสยาสน์  ใหญ่ที่สุดในโคราช  เนื่องในโอกาสฉลองอายุวัฒนมงคล ครูบาสมไพรวัลย์

วัดบ้านไร่โคกสูง ขอเชิญร่วมงานสร้างพระใหญ่ที่สุดในโคราช  “พระมหาจักรพรรดิ์”  หน้าตักกว้าง ๕๐ เมตร  วันที่ ๑๔  กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓  งานฉลองอายุวัฒนมงคลพระครูโสภิต  ธรรมวัตร “ครูบาสมไพรวัลย์  เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่โคกสูง

ด้วยศิษย์ยานุศิษย์จึงขอเชิญชวนพี่น้องที่มีจิตศรัทธา  ร่วมงานไหว้ครูบูรพาจารย์  ประจำปี ๒๕๖๓ และร่วมพิธีเทหล่อพระพุทธรูปพระมหาจักรพรรดิทรงเครื่องใหญ่ ปางไสยาสน์  หน้าตักกว้าง ๕๐  เมตร ณ  สวนพฤกษศาสตร์อุทยานธรรมวัดบ้านไร่โคกสูง  พร้อมเทพระพุทธรูปพิมพ์พระมหาจักรพรรดิ์จำนวน ๒๒๙  องค์  บริเวณสวนพฤกษศาสตร์  เริ่มงานเช้าตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐  น.  น. และพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเวลา ๑๒.๒๙  น. พร้อมคณะชาวบ้าน  และพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล  พญาเต่าเรือนพิมพ์พระนารายณ์ ภูรมารตาล  เวลา ๑๓.๑๔  น. ประธานในพิธีประกอบด้วย  ครูบาสมไพรวัลย์  หลวงพ่อทวี  ครูบาเคน รวมคณะสงฆ์ ๙ รูป

ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญงานฉลองอายุวัฒนมงคล  พระครูโสภิต  ธรรมวัตร  และเททองพระนอนทรงเครื่องใหญ่  ปางไสยาสน์  ยาวที่สุดในโคราช  มีหน้าตักกว้าง 50 เมตร  ณ  ตำบลมะเกลือเก่า  อำเภอสูงเนินจังหวัดนครราชสีมา   ผู้ร่วมงานจะได้รับวัตถุมงคลและรับประทานอาหารฟรี  พร้อมชมงานมหรสพ ดนตรีฟรีตลอดงาน

นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้หลักผู้ใหญ่ เมืองโคราชเข้าเยี่ยมให้กำลังใจผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้หลักผู้ใหญ่ เมืองคนราชเข้าเยี่ยมให้กำลังใจผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ชาวโคราช พร้อมใจกันนำดอกไม้และเขียนข้อความแสดงความเสียใจต่อการจากไปในเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 รวมทั้งร่วมกันจุดเทียนร่วมไว้อาลัย ณ ลานย่าโม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่เข้าเยี่ยม  สอบถามอาการผู้ได้รับบาดเจ็บที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ทั้งโรงพยาบาลค่ายสรุนารี และ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา  พูดคุยให้กำลังใจคนเจ็บ รวมทั้งญาติและคณะแพทย์พยาบาล จากเหตุการณ์ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา คลุ้มคลั่งกราดยิงสยองขวัญทั่วเมืองโคราช ก่อนเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในห้างเทอร์มินอล 21 กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับตาย มีผู้เสียชีวิตรวม 30 ศพ และผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 50 คน.  พร้อมทั้งได้แถลงข่าวให้กับพี่น้องชาวโคราชได้ทราบถึงความรู้สึก และกระบวนการเยียวยาทุกคนที่ประสบเหตุการณ์ดังกล่าว

ทางด้าน  รมช.พาณิชย์ ​รุดเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล​ในฐานะเป็นคนโคราช พร้อม​สั่งเยียวยาร้านค้าในห้างเทอร์​มินอล 21 เพื่อให้บรรยากาศ​การจับจ่ายใช้สอยกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วหลังพากันเสียขวัญ​ทั้งเมืองย่าโม นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางมาที่โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเยี่ยมปลอบขวัญ​และให้กำลังใจผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิงประชาชนที่ห้างเทอร์มินอล 21 ที่ผ่านมานั้น โดยนายวีร​ศักดิ์​ กล่าวว่า  ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปถึงครอบครัวของผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน จากเหตุการณ์​ในครั้งนี้ รวมถึงต้องขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันปฏิบัติงานช่วยเหลือพี่น้องชาวโคราชอย่างสุดความสามารถ​ และขอให้ผู้บาดเจ็บหายเป็นปกติปลอดภัยทุกคน

ด้านนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ  อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายณัฏฐชัย ศรีรุ่งสุขพินิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวัชรพล โตมรศักดิ์  ส.ส.นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา และ นพ.วรรณรัตน ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ภายหลังเสร็จงานทำบุญวันเกิดที่บ้านราชวิถี 20 ในช่วงเช้าก็ได้รีบนำทีมผู้บริหารพรรคชาติพัฒนา ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา รุดเยี่ยมอาการผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิงของจ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ทหารสังกัดสรรพาวุธที่ 22 จ.นครราชสีมา พร้อมมอบกระเช้าเครื่องดื่มบำรุงกำลังและเงินให้ผู้บาดเจ็บทุกราย เพื่อเป็นกำลังใจ

ขณะเดียวกัน  ที่ ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 จ.นครราชสีมา ภายหลังเจ้าหน้าที่เคลียร์สถานการณ์ได้แล้ว มีประชาชนเดินทางเข้ามาดูสถานที่ และร่องรอยของความเสียหาย โดยมีประชาชนบางส่วน นำเทียนและดอกไม้มาวางไว้บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า GATE 1 เพื่อแสดงความเสียใจและไว้อาลัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

เวลา 19.00 น. วันที่ 9 ก.พ. ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ประชาชน ชาวโคราช มากว่า 1000 คนได้เดินทางมาร่วมไว้อาลัยกับโศกนาฏกรรมผู้ถูกกราดยิง 30 ราย โดยกิจกรรมดังกล่าวมีเขียนคำไว้อาลัย จุดเทียนไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต แผ่เมตตาพร้อมสงบนิ่ง

จากนั้นได้นำดอกไม้ไปวางที่ลานกว้างการแสดงออกถึงความไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ พระสีหราชสมาจารมุนี (บุญเริ่ม จิรปุญฺโญ ป.ธ.๔) รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมาและพระสงฆ์จากวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร รวม 29 รูป มาร่วมในการสวดมนต์เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้

ภาพการแถลงข่าวจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา>>คลิป<<

 

เปิดฉาก สวาทแคท ทีมขวัญใจ…ชาวโคราช พร้อมสู้ศึกไทยลีก 2020 ตั้งเป้าผลงานเลขตัวเดียว

สวาทแคท พร้อมสู้ศึกไทยลีก 2020 ตั้งเป้าผลงานเลขตัวเดียว  พร้อมเผยโฉมชุดแข่งขันใหม่ภายใต้แบรนด์ “แกรนด์สปอร์ต”

7 กุมภาพันธ์ 2563 – ลานด้านหน้า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา  สวาทแคทพร้อมลุยไทยลีก ฤดูกาล 2020ตั้งเป้าผลงานลำดับเลขตัวเดียว พร้อมเปิดตัวชุดขุนพลสวาทแคทภายใต้แบรนด์  “แกรนด์สปอร์ต”

สโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี หรือสวาทแคท ประกาศลุยศึกไทยลีก 2020 ภายใต้การนำทีมโดยนายแพทย์ วรรณรัตน์  ชาญนุกูล ประธานสโมสร และ โค้ชโจ –ธีระศักดิ์  โพธิ์อ้น ที่เผยแนวทางในการทำทีมในฤดูกาลนี้โดยให้ความสำคัญกับระเบียบวินัยมาเป็นอันดับแรก รวมไปถึงกลยุทธการวางแผนและวิธีการเล่นที่จะมีความยืดหยุ่นหลากหลาย และจะสร้างพลังให้นักฟุตบอลเชื่อมั่นในเรื่องของศักยภาพของทีมที่มีดีมากกว่าการเล่นแบบตั้งรับและโต้กลับเพียงอย่างเดียว มีการครองบอลเพื่อสร้างเกมบุกและการเข้าทำเกมที่มีความหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ยังมีการคว้าตัวผู้เล่นใหม่มาเสริมทีมอย่าง กิตติพงษ์วงมา, อนนต์ สมากร, อดิศักดิ์ หาญเทศ, อับดุลฮาฟิส บือราเฮง, ธณชัย หนูราช, วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ และนักเตะต่างชาติสัญชาติบราซิลอย่างเดนนิส  มูริลโล, และยูน  จุนซอง ปราการหลังจอมเก๋าจากแดนกิมจิ ที่จะมาผนึกกำลังกับเฉลิมพงษ์  เกิดแก้ว กัปตันทีม ร่วมด้วย เมธี  ทวีกุลกาญจน์, เลอันโดร  อัสซัมเซา, อมาดู  อ็อตตาร่า, เดชา สร้างดี และสุดยอดนักเตะมากฝีมืออีกมากมาย โดยตั้งเป้าผลงานในปีนี้อยู่ในลำดับเลขตัวเดียว

ในโอกาสนี้ยังมีการเปิดตัวนักฟุตบอลเยาวชนนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี นำโดย

โค้ชท็อป – ไกรเกียรติ  คูณธนทรัพย์ ซึ่งในปีที่ผ่านมาสามารถสร้างผลงานโดยคว้าอันดับที่สามจากรายการฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ (Thailand Youth League 2019) และในปีนี้มีการเตรียมความพร้อมส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ หรือไทยแลนด์ ยูธ ลีก ในฤดูกาล 2020โดยมุ่งหวังคว้าแชมป์ทุกรายการที่ส่งแข่งขัน และมีเป้าหมายหลักคือการมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพนักกีฬาเยาวชนให้สามารถขึ้นมาเสริมทีมชุดใหญ่ตามกำลังความสามารถนอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวทีมนักกีฬาอีสปอร์ต ทั้ง 6 คน นำโดยกัปตันทีมต้นไม้ – ณัฐวุฒิอินทร์หอม ร่วมด้วย โย – บดินทร์รุ่งรัตน์กสิกุล, ณัฐ – ณัฐพงษ์คร่อมกระโทก, หนุ่ย – พงศกรธรรมขันแก้ว, มิว – ยุทธนางามอเนกรัตน์ และสุดยอดโปรเพลเยอร์ท็อปเทนของเอเชีย โง วินห์ กวง หรือฉายา กวง บาซาร์ จากเวียดนาม ที่จะมาร่วมสู้ศึกในรายการอีลีก 2020

อีกหนึ่งไฮไลท์ของงาน คือการเปิดตัวชุดแข่งขันประจำฤดูกาล 2020 ที่ได้บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด มาเป็นพันธมิตรผู้สนับสนุนด้านเสื้อผ้า และเครื่องแต่งกายของนักกีฬา ภายใต้แรงบันดาลใจ”ชุดเสื้อฟุตบอลเหย้าภายใต้แรงบันดาลใจ “นครราชสีมารวมใจเป็น1 โดยชุดหลักยังคงเป็นสีส้ม ซึ่งเป็นสีประจำสโมสร เพิ่มลูกเล่นด้วยแถบสีส้มเข้มสลับส้มอ่อน พิมพ์ชื่ออำเภอทั้งหมดในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อสื่อให้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างนักเตะในทุกการแข่งขัน  ปลายแขนตัดต่อแถบดำเพิ่มความปราดเปรียว คล่องตัว ส่วนชุดเสื้อฟุตบอลเยือน มาในชุดแถบสีเข้มสลับอ่อนสีม่วงและสีเหลือง

ชุดเสื้อผู้รักษาประตูสีเขียวยังคงเน้นเรื่องเส้นแถบ และพิมพ์ชื่ออำเภอ ลงบนเสื้อ สำหรับชุดประตูสีดำมาในชุดแถบสีดำสลับเทาเข้ม

 

ชุดแข่งขันผลิตจากเส้นใย Polyester ขนาด Micro ที่มีความละเอียดนุ่มนวลทุกผิวสัมผัส ใช้เทคนิคการทอลายดูมีมีมิติ จัดจำหน่ายในราคา 690 บาท ซึ่งจะเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 มีนาคมนี้ที่ช็อปสวาทแคทอาคารสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา และที่ร้านโคราช ทวีผล สำหรับตั๋วปีในฤดูกาลนี้จะมี 3 แบบคือ บัตรแพลตทินัม ราคา 1,799 บาท โดยมีสิทธิประโยชน์คือสามารถเข้าชมการแข่งขันทุกแมทช์เหย้ารวม 15 แมทช์ได้ทุกโซน พร้อมรับเสื้อเกรดนักเตะ 1 ตัว, บัตรโกลด์ ราคา 1,299 บาท โดยมีสิทธิประโยชน์คือสามารถเข้าชมการแข่งขันทุกแมทช์เหย้ารวม 15 แมทช์ได้ทุกโซน พร้อมรับผ้าพันคอ 1 ผืน และบัตรซิลเวอร์ ราคา 799 บาท โดยมีสิทธิประโยชน์คือสามารถเข้าชมการแข่งขันทุกแมทช์เหย้าเฉพาะโซน N, E, S รวม 15 แมทช์

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 2020 นัดแรก “สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี จะเปิดฉากฤดูกาล ด้วยการออกไปเยือน 5 นัดแรก โดยนัดแรกจะพบกับการท่าเรือ เอฟซี (เยือน) เสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์เวลา 20.00 น., นัดที่สอง พบกับระยอง เอฟซี (เยือน) วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์เวลา 20.00 น., นัดที่สาม พบกับชลบุรี เอฟซี (เยือน) วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์เวลา 17.45 น., นัดที่สี่ พบกับราชบุรีมิตรผล เอฟซี (เยือน) วันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์เวลา 20.00 น., นัดที่ห้า พบกับ สุพรรณบุรี เอฟซี (เยือน) วันเสาร์ที่ 7 มีนาคมเวลา 19.00 น. โดยจะประเดิมสนามในรังเหย้านัดแรก รับมือ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด วันพุธที่ 11 มีนาคม ในเวลา 19.00 น.

ทั้งนี้  นายธนาวัฒน์  ประสิทธิพรกุล  หรือ เฮียแก้ว แห่ง โคราชทวีผล และ ทวีผล 59 ยังได้เป็นผู้สนับสนุนทีมนครราชสีมา มาสด้าเอฟซี  มาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี  เพื่อต้องการให้ทีมที่เป็นขวัญใจคนโคราช  มีกำลังใจในการสู้ศึกทุกฤดูกาลแข่งขัน

การขับเคลื่อนแรงานนอกระบบสู่ท้องถิ่นInformal Labour Fair 2020 “แรงงานนอกระบบ สร้างโอกาส สร้างอาชีพ”

การขับเคลื่อนแรงานนอกระบบสู่ท้องถิ่นInformal Labour Fair 2020 “แรงงานนอกระบบ สร้างโอกาส สร้างอาชีพ”

วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 10.00 น.ณ Terminal HALL ชั้น4 ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 นครราชสีมาอำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาโดย เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์)ประธาน พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา(นายจรัสชัย โชคเรื่องสกุล)คำกล่าวต้อนรับ ผู้ตรวจราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(นางอุดมลักษณ์ สอนสารี)กล่าวรายงานพิธีเปิดงาน การขับเคลื่อนแรงานนอกระบบสู่ท้องถิ่นInformal Labour Fair 2020 “แรงงานนอกระบบ สร้างโอกาส สร้างอาชีพ”ท่านผู้ตรวจราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานท่านสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงงานหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดนครราชสีมาเครือข่ายแรงงานนอกระบบ และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน


พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานเปิดงาน InformalFair2020 “แรงงานนอกระบบ สร้างโอกาส สร้างอาชีพ” ในวันน Labour Fair 2020กระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญกับแรงงานนอกระบบ จึงกำหนดเป็นวิสัยทัศน์ ขึ้นว่า “แรงงานนอกระบบ ต้องมีความมั่นคงทางรายได้ และได้รับการคุ้มครองทางสังคมอย่างเท่าเทียม” โดยมุ่งหวังที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงงานนอกระบบให้มีมาตรฐานในการดำรงชีวิตที่ดี เท่าเทียมกับแรงงงานในระบบ เพื่อให้ได้รับการส่งเสริมคุ้มครอง และพัฒนาให้มีความมั่นคงด้านรายได้ อาชีพอย่างทั่วถึง นำสู่คุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนกระทรวงแรงงาน ได้เล็งเห็นความสำคัญของแรงงานนอกระบบจึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบพ.ศ. 2560 – 2564 เพื่อเป็นกรอบในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานของกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย 3ยุทธศาสตร์


ด้านนายจรัสชัย โชคเรื่องสกุลรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมากล่าวว่าจังหวัดนครราชสีมาเป็นสถานที่จัดงานการขับเคลื่อนแรงานนอกระบบสู่ท้องถิ่น InformalLabour Fair 2020 “แรงงานนอกระบบ สร้างโอกาส สร้างอาชีพ”จังหวัดนครราชสีมา เป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางอุตสาหกรรมในภูมิภาค9จังหวัด เป็นจังหวัดที่มีความพร้อมในด้านโครงสร้งพื้นฐาน มีศักยภาพในด้นทำเลที่เหมาะสม ทั้งในแง่ที่เป็นประตูสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความพร้อมที่จะเป็นประตูสู่ภาคอินโดจีน ในด้านการลงทุน การค้า การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม โดยเชื่อมโยงกับจังหวัดชายแดนต่างๆ และประเทศเพื่อนบ้าน มีเขตประกอบการอุตสาหกรรมที่รวบรวมนักลงทุนได้อย่างเพียงพอ มีสถานที่ท่องเที่ยวเป็นธรรมชาติ และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม ก่อให้เกิดธุรกิจภาคการบริการขยายตัวเพิ่มขึ้น เป็นบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนอย่างดียิ่ง


ทั้งนี้นางอุดมลักษณ์ สอนสารีผู้ตรวจราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้กล่าวในนามของผู้จัดงาน Informal Labour Fair 2020 แรงงานนอกระบบ สร้างโอกาส สร้างอาชีพ และผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานในวันนี้ขอขอบคุณท่านเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นอย่างสูงที่ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานในครั้งนี้กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นหน่วยงานหลักที่มีภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาการคุ้มครองแรงงานนอกระบบให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย เข้าถึงบริการของรัฐ อย่างเท่าเทียมเสมอภาคโดยไม่เลือกปฏิบัติ ควบคู่กับการส่งเสริมการรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งเพื่อให้สามารถช่วยเหลือตนเองในเบื้องต้นได้ ในการดำเนินการตามภารกิจดังกล่าว กำหนดการ


ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยาศกาศกิจกรรมเวลา09.00น.มีการแสดงวงดนตรีของบริษัท แป้งมันเอี่ยมเฮง อุตสาหกรรม จำกัดและนำเสนอวีดีทัศน์ของแรงงานนอกระบุบ 6 นาที การเสวนาหัวข้อ “การสร้างและพัฒนาเครีอข่ายแรงงานนอกระบบ”โดย ผู้อำนวยการกองคุ้มครองแรงงงานนอกระบบ (นางนนทลี วงษ์เดี่ยม) ผู้แทนสำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา(นางสาวสุภาพรณ์ งาจันทึก)ผู้แทนจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา(แพทย์หญิงนภัค ด้วงจุมพล ตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการ)- เครือข่ายแรงงานนอกระบบ(นางนวล เชิดชู) ประธานกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้าบ้านหนองกกผู้ดำเนินรายการเสวนา(นางสาวสกายจิต เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย) สำนักงานจัดหางานจังหวัดต่อมาเวลา13.00น. การบรรยายหัวข้อ “องค์ความรู้และการสริตช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน CPR”โดย ทีมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยบริษัท ซีพีเอฟ ประเทศไทย จำกัด มหาชนผู้เข้าร่วมได้แก่ แรงงานนอกระบบ แรงงานอิสระ และผู้สูงอายุ จากกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมาบุรีรัมย์ สุรินทร์ และชัยภูมิ จำนวน 500 คน และจากภาครัฐและเอกชนที่เป็นเครือข่าย จำนวน 100 คน

สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จังหวัดนครราชสีมา จัดโครงการ คืนเด็กดี  ช่วยสังคม ตามแนวทางการหันเหคดี  โดยใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาในชั้นก่อนฟ้อง

สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จังหวัดนครราชสีมา จัดโครงการ คืนเด็กดี  ช่วยสังคม ตามแนวทางการหันเหคดี  โดยใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาในชั้นก่อนฟ้อง

          ที่ สถานสงเคราะห์บ้านธรรมปกรณ์โพธิ์กลาง  ต.ในเมือง  อ.เมือง จ.นครราชสีมา ด้วยสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครราชสีมา  ได้กำหนดจัด  โครงการ “คืนเด็กดี       ช่วยสังคม”  ตามแนวทางการหันเหคดี  โดยใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา  ในชั้นก่อนฟ้อง   โดยจัดให้มีการอบรมให้ความรู้เรื่องกฎหมายจราจร  และการบำเพ็ญประโยชน์ของเยาวชน   ที่กระทำความผิดในคดีขับรถขณะเมาสุรา  ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชนตระหนักต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น  ได้ชดเชยสังคมด้วยการทำงานบริการสาธารณะประโยชน์ต่อชุมชน  และสร้างเครือข่ายสังคม  ชุมชน  ในการป้องกันและกระทำผิดซ้ำ

ทั้งนี้เมื่อเวลา 13:00 น. ของวันที่ 6  กุมภาพันธ์  2563  เยาวชนทั้งหมดได้ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคุณตาคุณยาย  ณ  สถานสงเคราะห์บ้านธรรมปกรณ์โพธิ์กลาง  และร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์อาคารสถานที่ภายในสถานสงเคราะห์ฯ โดยได้รับเกียรตินายอภิชาต   ติยวัฒน์ ประธานกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครราชสีมา  นายฐิติรัตน์  พงษ์พุทธรักษ์  นายกสมาคมนักข่าวจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายคมกฤษณ์  แสงจันทร์  ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครราชสีมาและผู้ใหญ่ใจดีอีกหลายท่านร่วมให้กำลังใจในครั้งนี้ด้วย

โดยสถานสงเคราะห์คนชราบ้านธรรมปกรณ์โพธิ์กลาง  จังหวัดนครราชสีมา  ภายใต้การกำกับดูแลของกองส่งเสริมคุณภาพชีวิต  องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา  ตั้งอยู่เลขที่ 583          ถนนโพธิ์กลาง   ตำบลในเมือง   อำเภอเมือง   จังหวัดนครราชสีมา   โดยสถานสงเคราะห์แห่งนี้เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2510  ในเนื้อที่ 3 ไร่  2 งาน 32 ตารางวา  เป็นที่ราชพัสดุ  เดิมสถานสงเคราะห์แห่งนี้  สังกัดกรมประชาสงเคราะห์หรือกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2547  ได้ถ่ายโอนไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา

ผู้ว่าโคราช!!!เชิญชวนนักวิ่งร่วมงาน เดิน-วิ่ง การกุศล อาทิตย์ที่ 16 ก.พ.63 นี้

ผู้ว่าโคราช!!!เชิญชวนนักวิ่งร่วมงาน เดิน-วิ่ง การกุศล อาทิตย์ที่ 16 ก.พ.63 นี้

วันที่  5  กุมภาพันธ์  2563  นายไกรศร  ทองมูลชัย   ผู้อำนวยการโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์  กำนันประเสริฐ เชยพุดซา  กำนันตำบลพุดซา (ศิษย์เก่า) นายฐิติรัตน์  พงษ์พุทธรักษ์ นายกสมาคมนักข่าว จังหวัดนครราชสีมา (ศิษย์เก่า) พร้อมด้วยคณะ  เข้าพบ นายวิเชียร  จันทรโณทัย  ผู้ว่าราชการจังหวัด นครราชสีมา  เพื่อเรียนเชิญเป็นประธานในการจัดการแข่งขัน  เดิน – วิ่ง การกุศล  BWS RUNNING 2020 พร้อมด้วย  ดร.สุรสิทธิ์  สิงห์หลง  ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา  ประธานในการมอบเหรียญรางวัล  ในวันอาทิตย์ที่ 16 กุมพาพันธ์ 2563

และขอเชิญชวนทุกท่านร่วมงาน เดินวิ่งการกุศล BWS RUNNING 2020 ในวันอาทิตย์ที่ 16 กุมพาพันธ์ 2563 เวลา 05.00 น. ณ โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ โดยมีประเภทของการแข่งขันแบ่งออกเป็น ประเภท นักเรียน ประชาชนทั่วไป และ VIP
อัตราค่าสมัคร
นักเรียน ระยะทาง 10 กม. 350 บาท
ระยะทาง 6 กม. 250 บาท
บุคคลทั่วไป ระยะทาง 10 กม. 450 บาท
ระยะทาง 6 กม. 300 บาท
VIP 1,000 บาท
*หมายเหตุ นักวิ่งที่ที่เข้าเส้นชัย จะได้รับเหรียญทุกคน
การแข่งขัน มินิมาราธอน ระยะ 10 กม. แบ่งตามอายุ ชาย/ หญิง
(ลำดับที่ 1-5 รับถ้วยรางวัล )
รุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปี
รุ่นอายุ 16-30 ปี
รุ่นอายุ 31-40 ปี
รุ่นอายุ 41-50 ปี
รุ่นอายุ 50 ปีขึ้นไป
การแข่งขัน Fun run ระยะ 6 กม. แบ่งตามอายุ ชาย/ หญิง
(ลำดับที่ 1-5 รับเกียรติบัตร )
รุ่นอายุต่ำกว่า 12 ปี
รุ่นอายุ 13-20 ปี
รุ่นอายุ 21-35 ปี
รุ่นอายุ 36-50 ปี
รุ่นอายุ 50 ปีขึ้นไป


เส้นทางการแข่งขัน ระยะทาง 6 กม. เริ่มต้นที่ โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ ผ่านแยกถนนมิตรภาพบายพาส และกลับตัวที่บริเวณ บ.สตาร์เวลล์ เพื่อเข้าเส้นชัยที่ จุดเริ่มต้น
ระยะทาง 10 กม. โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ ผ่านแยกถนนมิตรภาพบายพาส ผ่าน บ.สตาร์เวลล์ ผ่านโรงเรียนตำรวจภูธรภาค 3 กลับตัวที่บริเวณเทศบาลตำบลจอหา เพื่อเข้าเส้นชัยที่ จุดเริ่มต้น
ทั้งนี้ ทางคณะจัดงาน ได้เตรียมจุดบริการน้ำดื่ม เครื่องดื่มเกลือแร่ และรถพยาบาล หน่วยกู้ชีพ ไว้บริการทุกท่านที่เข้าร่วมการแข่งขัน
ท่านที่สนใจ สามารถ สมัครและสอบถามรายละเอียดได้ที่ โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ 044 – 000825

 

นายกสมาคมนักข่าว จ.นครราชสีมา เป็นตัวแทนลงนาม MOU เผยแพร่วัฒนธรรมร่วมความสัมพันธ์ด้านการแสดงศิลป์วัฒนธรรมระหว่าง 10 ประเทศ

นายกสมาคมนักข่าว จ.นครราชสีมา เป็นตัวแทนลงนาม MOU เผยแพร่วัฒนธรรมร่วมความสัมพันธ์ด้านการแสดงศิลป์วัฒนธรรมระหว่าง 10 ประเทศ

ที่ผ่านจังหวัดนครราชสีมาจัดงานเทศกาลท่องเที่ยวนานาชาติ 2020 ครั้งที่ 1  International Tourism Festival 2020   โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563  โดยได้รับเกียรติจาก  นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ  อดีตรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วย นายแพทย์ วรรณรัตน์ ชาญนุกูล และคณะ ทั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก  นายศักดิ์สิทธิ์  สกุลลิขเรศสีมา  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา  มาเป็นผู้กล่าวต้อนรับคณะนักแสดงจาก 10  ประเทศ

ทั้งนี้  เมื่อวันที่ 2 มกราคม 63เวลา 19.00น.  ปิดฉากอย่างสวยงามงานเทศกาลท่องเที่ยวนานาชาติ 2020 ครั้งที่ 1 ” 1st International Tourism Festival ( ชื่อย่อ ITF )ร่วมลงนามข้อตกลงร่วมกันเพื่อร่วมความสัมพันธ์ด้านการแสดงศิลป์วัฒนธรรมระหว่าง 10 ประเทศ ณ โรงแรมชุนหลีแกรนด์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมาโดยนายกรกฤต วรวงศ์ นายกสมาคม ธุรกิจ การท่องเที่ยว จังหวัดนครราชสีมา นายสุรสิทธิ์ สิงห์หลง ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมานายฐิติรัตน์ พงษ์พุฒิรักษ์นายกสมาคมนักข่าวจังหวัดนครราชสีมา สื่อมวลชนตัวแทนประเทศเกาหลีร่วมลงนามข้อตกลงร่วมกันเพื่อนร่วมความสัมพันธ์ด้านการแสดงศิลป์วัฒนธรรมระหว่าง10ประเทศพร้อมด้วยนางปาริศา แซ่เตียว กรรมการบริษัทชุนหลีแกรนด์ให้การต้อนรับในงานเลี้ยงส่งในครั้งนี้


โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ ที่ให้ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว และโรงแรมจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่เพื่อเชื่อมโยงวัฒนธรรมระดับนานาชาติ ซึ่งสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นผู้ประกอบการ ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ จึงมีแนวคิดจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว และเผยแผ่วัฒนธรรมระดับนานาชาติ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ และจังหวัดนครราชสีมา และชุมชนเพื่อแนะนำแหล่งท่องเที่ยวโบราณคดีของจังหวัดนครราชสีมา และที่พักโรงแรมในรูปแบบต่าง ๆ
นางปาริศา แซ่เตียว กรรมการบริษัทชุนหลีแกรนด์กล่าวดีใจที่ให้การต้อนรับเลี้ยงส่งกับคณะนักแสดงทั้ง9ประเทศรู้สึกปราศปลื้มเป็นอย่างยิ่ง ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธาน(นายกรกฤต วรวงศ์ นายกสมาคม ธุรกิจ การท่องเที่ยว จังหวัดนครราชสีมา) ที่ได้มีโอกาสเลือกโรงแรมชุนหลีแกรนด์ขอบคุณพระคุณอย่างสูงเลย

 

แถลงข่าวการจัดงานเทศกาลขนมจีนประโดก ครั้งที่ 12  ประจำปี 2563

แถลงข่าวการจัดงานเทศกาลขนมจีนประโดก ครั้งที่ 12  ประจำปี 2563

วันที่ 31  มกราคม  2563  ณ สวนสุขภาพชุมชนบ้านประโดก  ตำบลหมื่นไวยอำเภอเมือง   จังหวัดนครราชสีมา    นายจรัสชัย   โชคเรืองสกุล    รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา   ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลขนมจีนประโดก   โคราช   ครั้งที่ 12   ร่วมกับนายวัชรพลโตมรศักดิ์  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร    ดร. สุรสิทธิ์   สิงห์หลง    ผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา     นางรุ่งทิพย์    บุกขุนทดผู้  อำนวยการ   ททท.สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา   วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา  หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา  นายกสมาคมนักข่าว จังหวัดนครราชสีมา  นายวัชรินทร์   พัดเกาะ   นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหมื่นไวย   และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งแขก VIP ได้ร่วมกันแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ

บ้านประโดก   ตำบลหมื่นไวย    อำเภอเมือง    จังหวัดนครราชสีมาเป็นถิ่นที่ตั้งเดิมของชาวอีสาน ก่อนเรียกว่าบ้านป่าโดนเพราะมีต้นกระโดนโคก  กระโดนทุ่ง   กระโดนดินหรือที่เรียกกันว่าต้นจิก   เกิดขึ้นตามทุ่งนาท่วมหมู่บ้านและเรียกเพี้ยนมาเป็น   บ้านประโดก   จนถึงทุกวันนี้   และเป็นชุมชนที่มีอายุมากกว่า 200 ปี  ตามวิถีชีวิตการดำรงอยู่ของชาวบ้านเป็นไปอย่างเรียบง่าย  ชาวบ้านมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักอาหารการกินมีลักษณะทั่วไปแต่ที่โดดเด่นไม่แพ้ใครนั่นคือ  ขนมจีนน้ำยา  ที่พิเศษกับสูตรน้ำยาขนมจีนที่ตกทอดสู่ชนรุ่นหลังให้ได้ลิ้มลองความอร่อย  ประกอบกับเส้นขนมจีนที่เหนียวนุ่มและชุ่มลิ้น  ผสานกับรสชาติน้ำยาที่เข้มข้น  อันเป็นที่ถูกใจใครหลายคนที่พบเจอและสัมผัสความอร่อยกันมาแล้ว  น้ำยาขนมจีนมีกลิ่นหอมได้มาจากการต้มเครื่องแกง  พร้อมปลาและไม่ใช้กะทิมากนัก เป็นที่มาของสูตรลับที่ไม่ควรพลาด

ทั้งนี้องค์การบริหารส่วนตำบลหมื่นไวย  มีหน้าที่บำรุงรักษาศิลปะ  จารีตประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น  ส่งเสริมการท่องเที่ยวและปลูกฝังค่านิยมให้ประชาชนรักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันนำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์อันดีในระดับประชาชน  ระดับภูมิภาค  และระดับชาติ  ตลอดจนเพิ่มพูน มูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชน  จึงได้มีการจัดงานเทศกาลขนมจีนประโดกเป็นประจำทุกปี  ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 12  จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2563 ณ  บริเวณสวนสุขภาพชุมชนบ้านประโดก   หมู่ที่ 1 ตำบล หมื่นไวย   อำเภอเมือง     จังหวัดนครราชสีมา

ขอนแก่นจัดกิจกรรมยกระดับนักบริหารองค์กรสาธารณประโยชน์ ขับเคลื่อนการจัดสวัสดิการสังคม

พม. ยกระดับนักบริหารองค์กรสาธารณประโยชน์ ขับเคลื่อนการจัดสวัสดิการสังคม


เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓ ที่สถาบันการพัฒนาความรู้ด้านการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ นายชูรินทร์ ขวัญทอง รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดโครงการอบรมนักบริหารองค์กรสาธารณประโยชน์ รุ่นที่ ๔ ระหว่างวันที่ ๒๙ – ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริหารองค์กรสาธารณประโยชน์พัฒนาองค์ความรู้ในด้านการจัดสวัสดิการสังคม เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายองค์กรสาธารณประโยชน์ รวมทั้งเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการพัฒนาองค์กรและงานสวัสดิการสังคม โดยมีผู้บริหารองค์กรสาธารณประโยชน์ที่ผ่านการรับรองตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. ๒๕๔๖ จากทั่วประเทศ จำนวน ๑๐๐ คน เข้าร่วมโครงการ


นายชูรินทร์ ขวัญทอง รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวว่า ตามที่พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. ๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๐ กำหนดให้คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ มีหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนด้านวิชาการและการพัฒนาบุคลากรที่ปฏิบัติงานในองค์กรสาธารณประโยชน์ ซึ่งที่ผ่านมา กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ดำเนินการให้มีโครงการพัฒนาบุคลากรผู้ปฏิบัติงานฯ มาเป็นระยะ โดยโครงการในลักษณะนี้ ได้จัดมาแล้ว จำนวน ๓ รุ่น คือ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ เป็นต้นมา มีบุคลากรขององค์กร สาธารณประโยชน์เข้าร่วมโครงการไปแล้วทั้งสิ้น ๑๕๐ คน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๔
ซึ่งผลของการเข้าร่วมโครงการประการหนึ่งซึ่งเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม คือ การมีเครือข่ายในการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรสาธารณประโยชน์ รวมทั้งองค์ความรู้ที่ได้รับ หลายองค์กรนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ในการจัดสวัสดิการสังคม ตามบทบาทของแต่ละองค์กร ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบการป้องกัน การแก้ไขปัญหา และการพัฒนาสังคมในชุมชนเป้าหมาย


สำหรับการจัดโครงการในครั้งนี้ มีการให้ความรู้ในเนื้อหาต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการสังคม ไม่ว่าจะเป็นความรู้เกี่ยวกับการจัดรูปแบบสวัสดิการ การสร้างเครือข่ายทางสังคม กฎหมายที่จำเป็น การรับรองมาตรฐานองค์การสวัสดิการสังคม รวมทั้งการเขียนโครงการเพื่อขอรับเงินสนับสนุนในการจัดสวัสดิการจากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ซึ่งในการเข้าร่วมโครงการเชื่อได้ว่าทุกๆ ท่าน จะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมระหว่างกันและก่อให้เกิดประโยชน์ในการทำงานของแต่ละองค์กรได้เป็นอย่างดี
“ในช่วงสามวันของการเข้าร่วมโครงการขอให้ทุกท่าน ได้เก็บเกี่ยวความรู้ที่ได้รับจากวิทยากร และร่วมกิจกรรมต่างๆ ให้เต็มที่ รวมทั้งสิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้ คือ การสร้างมิตรภาพ การทำความรู้จักและเกิดความสัมพันธ์ของเครือข่ายในการทำงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่จะสร้างมูลค่าในการผลักดันและขับเคลื่อนงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นการส่งเสริม สนับสนุนการปฏิบัติงานขององค์กรสาธารณประโยชน์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ”